ทัวร์อาหารลอนดอน: 5 วันตะลุยกินเมนูคลาสสิกแห่งเกาะอังกฤษ

คู่มืออาหาร 80 views
ทัวร์อาหารลอนดอน: 5 วันตะลุยกินเมนูคลาสสิกแห่งเกาะอังกฤษ

5 วันในลอนดอน เริ่มต้นด้วยอาหารเช้าสไตล์อังกฤษแบบดั้งเดิม ไปจนถึงเมนูฟิวชันสุดทันสมัย ตบท้ายด้วยสตรีทฟู้ดและร้านอาหารมิชลิน สัมผัสจิตวิญญาณของเมืองนี้ผ่านรสชาติอันหลากหลาย งบประมาณอยู่ที่ 30–60 ปอนด์ต่อมื้อ เหมาะสำหรับผู้หลงใหลอาหารที่มาเยือนอังกฤษเป็นครั้งแรก

สารบัญ

สำหรับนักเดินทางที่มาเยือนลอนดอนเป็นครั้งแรก นอกจากบิ๊กเบน พิพิธภัณฑ์เทต และลอนดอนอายแล้ว สิ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือเรื่องอาหารการกิน เพราะวัฒนธรรมอาหารของลอนดอนผสมผสานรสชาติจากทั่วโลก ตั้งแต่แซนด์วิชอังกฤษแบบดั้งเดิม ฟิชแอนด์ชิปส์ ไปจนถึงอาหารเอเชีย ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกาที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงหลัง ด้านล่างนี้คือไกด์แนะนำอาหารตลอด 5 วัน ที่รวบรวมร้านอาหารยอดนิยมของคนท้องถิ่น เมนูคลาสสิกที่ควรลอง และย่านอาหารเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ เพื่อให้คุณได้สัมผัสชีวิตประจำวันของลอนดอนผ่านรสชาติอาหารอย่างแท้จริง

วันที่ 1: เปิดประสบการณ์รสชาติอังกฤษแบบดั้งเดิม

เมนูเด็ดที่ต้องลอง

  1. อาหารเช้าสไตล์อังกฤษ (Full English Breakfast): หนึ่งในเมนูอาหารเช้าที่โดดเด่นที่สุดของอังกฤษ ประกอบด้วยเบคอน ไส้กรอก ไข่ เบลนด์บีนส์ เห็ด ขนมปังปิ้ง และแบล็กพุดดิ้ง แนะนำให้ไปลิ้มลองที่คาเฟ่สไตล์ครอบครัวหรือผับเก่าแก่เพื่อสัมผัสบรรยากาศแบบดั้งเดิม
  2. ฟิชแอนด์ชิปส์: อาหารจานเด็ดประจำชาติอังกฤษ ปลาทอดเนื้อนุ่มชุบแป้งกรอบ กินคู่กับมันฝรั่งทอดเส้นหนา พร้อมดื่มน้ำมะนาวหรือเบียร์สักแก้ว เป็นมื้อกลางวันแสนอร่อยที่ชาวลอนดอนนิยมรับประทาน
  3. น้ำชายามบ่าย (Afternoon Tea): ในลอนดอน น้ำชายามบ่ายไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมสังสรรค์ แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการสัมผัสความสง่างามแบบอังกฤษ ขอแนะนำให้ไปลองที่ร้านน้ำชาเก่าแก่แถวถนนแชริงครอส เช่น The Ritz London หรือ Fortnum & Mason

ร้านอาหาร/ย่านแนะนำ

  1. The Golden Hind (Leadenhall Market): ตั้งอยู่ในตลาด Leadenhall Market ย่านการเงินของลอนดอน ร้านนี้ขึ้นชื่อด้วยบรรยากาศย้อนยุคและเมนูอังกฤษแบบดั้งเดิม ราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน
    • เมนูเด่น: สตูว์เนื้ออังกฤษกับมันบด
    • ราคา: £15–£25
  2. Borough Market (ตลาดโบโร): หนึ่งในตลาดอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดของลอนดอน มีแผงขายกว่า 100 แห่ง จำหน่ายทั้งวัตถุดิบสดใหม่ เบเกอรี อาหารทะเล และสตรีทฟู้ด สามารถลองลิ้มรสอาหารหลากหลายชาติและสัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรมของลอนดอนได้ที่นี่
    • เคล็ดลับ: เปิดตั้งแต่ 9.00 น. ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  3. The Punter (Clerkenwell): บาร์และร้านอาหารสุดคึกคัก นำเสนอเมนูอังกฤษแบบฟิวชั่นและคราฟต์เบียร์ เหมาะสำหรับมื้อเย็นสบายๆ
    • เมนูเด่น: น่องไก่ทอดกับมันฝรั่งทอด
    • ราคา: £8–£15

วันที่ 2: ตะลุยรสชาติหลากวัฒนธรรมของลอนดอน

เมนูเด็ดที่ต้องลอง

  1. แกงอินเดีย (Indian Curry): ลอนดอนเป็นสวรรค์ของอาหารอินเดีย โดยเฉพาะย่าน Curry Mile ใกล้ Westminster ที่รวมร้านอาหารอินเดียต้นตำรับไว้มากมาย
  2. อาหารตะวันออกกลาง (Middle Eastern Mezze): ตั้งแต่สลัดตาบูลเลห์ของเลบานอนไปจนถึงเคบับแบบตุรกี ร้านอาหารตะวันออกกลางในลอนดอนได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
  3. พิซซ่าอิตาเลียน (Italian Pizza): แม้จะไม่ใช่ต้นตำรับ แต่ร้านพิซซ่าในลอนดอนก็มีให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะพิซซ่าแป้งบางสไตล์เนเปิลส์ ที่รสชาติใกล้เคียงกับต้นฉบับในอิตาลี

ร้านอาหาร/ย่านแนะนำ

  1. Roka (Covent Garden): ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับไฮเอนด์ บริการซูชิ ราเม็ง และอาหารจานเล็กสไตล์อิซากายะ บรรยากาศหรูหรา
    • เมนูเด่น: ซูชิปลาไหลย่าง
    • ราคา: £20–£40
  2. Mangal (Kensington): เชี่ยวชาญด้านอาหารตุรกี โดยเฉพาะเคบับและเครื่องเคียงหมัก
    • เมนูเด่น: สะเต๊ะเนื้อแกะกับฮุมมุส
    • ราคา: £15–£25
  3. Oberon (Camden Town): ร้านอาหารในย่าน Camden Town นำเสนอเมนูอังกฤษสมัยใหม่ ควบคู่กับคราฟต์เบียร์ทำมือ
    • เมนูเด่น: สเต๊กเนื้อตุ๋นกับซอสไวน์แดง
    • ราคา: £25–£35

วันที่ 3: ตะลุยกินสตรีทฟู้ดและตลาดกลางคืน

ตลาดกลางคืน/ตลาด/ย่านอาหารแนะนำ

  1. Borough Market (ตลาดโบโร): ตอนกลางวันเป็นตลาดอาหาร แต่ตอนกลางคืนจะกลายเป็นย่านร้านอาหารที่คึกคัก หลายแผงยังคงเปิดให้บริการ พร้อมเสิร์ฟสตรีทฟู้ดหลากหลาย
  2. Spitalfields Market (ตลาดสปิตาลฟิลด์ส): เปิดทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ที่นี่ไม่ได้มีแค่งานฝีมือ แต่ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่เล็กๆ เหมาะสำหรับเดินชมไปกินไป
  3. Camden Market (ตลาดแคมเดน): หนึ่งในแหล่งรวมสตรีทฟู้ดที่มีชื่อเสียงที่สุดของลอนดอน โดยเฉพาะอาหารมังสวิรัติและอาหารต่างแดน เช่น ทาโก้เม็กซิกัน ผัดไทย เป็นต้น
    • เคล็ดลับ: ช่วงกลางคืนคนจะเยอะมาก ควรไปถึงก่อนหรือหลีกเลี่ยงช่วงพีค

เมนูเด็ดที่ต้องลอง

  1. ฮอตดอกสตรีทฟู้ด (Street Dog): ที่ตลาดแคมเดน คุณสามารถหาฮอตดอกได้หลากหลายรสชาติ ทั้งรสเผ็ด รสชีส หรือรสเนื้อ
  2. ผัดไทย: ในย่านเอเชียของลอนดอน มีร้านอาหารไทยต้นตำรับมากมาย แนะนำให้ลองผัดไทยสูตรใส่ถั่วลิสงบดและกุ้ง
  3. พาสต้าอิตาเลียน: ร้านอาหารอิตาเลียนในลอนดอนมีให้เลือกมากมาย บางร้านราคาถูกกว่าในอิตาลี แถมรสชาติยังอร่อยถึงใจ

วันที่ 4: ลิ้มรสมิชลินและอาหารแนวฟิวชั่น

ร้านอาหาร/ย่านแนะนำ

  1. The Wolseley (Piccadilly): ร้านอาหารเก่าแก่ตกแต่งหรูหรา นำเสนออาหารฝรั่งเศสและอังกฤษ เหมาะสำหรับมื้อค่ำสุดพิเศษ
    • เมนูเด่น: ล็อบสเตอร์อบซอสฝรั่งเศส
    • ราคา: £30–£50
  2. Dishoom (Shoreditch): ร้านอาหารแนวอินเดียที่ได้แรงบันดาลใจจาก “ไฟ” ในภาษาฮินดี เมนูผสมผสานระหว่างดั้งเดิมกับสมัยใหม่
    • เมนูเด่น: แกงไก่กับโรตี
    • ราคา: £15–£25
  3. The Ledbury (Notting Hill): ร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาว เชฟไซมอน ฮัลเมอร์มีชื่อเสียงด้านอาหารอังกฤษแนวสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับผู้ที่มองหารสชาติระดับพรีเมียม
    • เมนูเด่น: ขาแกะย่างกับซอสทรัฟเฟิล
    • ราคา: £50–£70

วันที่ 5: ตะลุยกินก่อนอำลา

เมนูเด็ดที่ต้องลอง

  1. ทริฟเฟิล (English Trifle): ขนมหวานชั้นเลิศที่ประกอบด้วยสปองจ์เค้ก ผลไม้ ครีม และพุดดิ้ง ถือเป็นหนึ่งในของหวานแบบดั้งเดิมของอังกฤษ
  2. ชีสอังกฤษ (British Cheese): ลอนดอนมีบาร์ชีสให้เลือกมากมาย สามารถลิ้มลองชีสท้องถิ่นหลากหลายชนิด เช่น เชดดาร์ บลูชีส เป็นต้น
  3. ชาอังกฤษ (English Tea): การดื่มชาถือเป็นวิถีชีวิตของชาวลอนดอน คุณสามารถแวะคาเฟ่หรือร้านน้ำชาสักแห่ง เพื่อจิบชาอังกฤษคู่กับสโคนและแยมได้

ร้านอาหาร/ย่านแนะนำ

  1. Fortnum & Mason (Piccadilly): ร้านค้าเก่าแก่ที่เป็นทั้งแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่เสิร์ฟน้ำชายามบ่ายระดับพรีเมียม รวมถึงจำหน่ายอาหารคุณภาพเยี่ยม
    • เมนูเด่น: ชุดน้ำชายามบ่ายแบบอังกฤษ
    • ราคา: £30–£50
  2. The Ivy (Mayfair): ร้านอาหารเก่าแก่ที่เคยต้อนรับเหล่าเซเลบริตี้ นำเสนออาหารอังกฤษแบบคลาสสิกและประสบการณ์การรับประทานระดับสูง
    • เมนูเด่น: สตูว์เนื้ออังกฤษ
    • ราคา: £25–£40

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหารและเคล็ดลับ

วัฒนธรรมอาหารของลอนดอนได้รับอิทธิพลจากประวัติศาสตร์อย่างมาก ตั้งแต่ครัวเรือนในยุควิกตอเรีย อาหารยุคประหยัดช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ไปจนถึงอาหารฟิวชั่นหลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน ทุกเมนูล้วนมีเรื่องราวเบื้องหลัง นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอาหารในลอนดอนยังมีการแข่งขันสูง ทำให้ร้านอาหารจำนวนมากนำเสนอคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม

เคล็ดลับ

  • จองล่วงหน้า: โดยเฉพาะร้านมิชลินหรือร้านที่ตั้งอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
  • ใช้แอปพลิเคชันท้องถิ่น: เช่น Yelp, Google Maps หรือ TripAdvisor เพื่อค้นหาร้านอาหารที่ได้รับคะแนนดี
  • คำนึงถึงการเดินทาง: ระบบรถไฟใต้ดินของลอนดอนสะดวก แต่บางร้านอาจอยู่ไกลจากใจกลางเมือง ควรเผื่อเวลาให้เพียงพอ
  • ตรวจสอบเวลาเปิด–ปิด: ร้านอาหารหลายแห่งเปิดให้บริการเฉพาะช่วงเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดราชการ
  • ใช้จ่ายอย่างมีสติ: ค่าครองชีพในลอนดอนค่อนข้างสูง ควรวางแผนงบประมาณให้เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายเกินจำเป็น

ตลอด 5 วันในลอนดอน คุณจะได้สัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจังหวะชีวิตของเมืองนี้ผ่านรสชาติอาหาร ไม่ว่าจะเป็นสตรีทฟู้ดหรือร้านมิชลิน ทุกรสชาติล้วนคุ้มค่าแก่การลิ้มลอง หวังว่าไกด์นี้จะช่วยให้คุณสนุกกับการกินและเดินทางในลอนดอนอย่างไร้กังวล พร้อมเก็บเกี่ยวความทรงจำด้านอาหารที่น่าประทับใจกลับไป

ต้องการวางแผนการเดินทางโดยละเอียดหรือไม่?

ใช้เครื่องมือวางแผนการเดินทางอัจฉริยะ สร้างแผนการเดินทางเฉพาะของคุณ

เริ่มวางแผนการเดินทาง
คู่มืออาหาร ลอนดอน สหราชอาณาจักร
แชร์: