ลอสแอนเจลิสไม่ได้เป็นเพียงบ้านเกิดของภาพยนตร์ฮอลลีวูดเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางช้อปปิ้งที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์หรูหรา เสื้อผ้าแนวอินเทรนด์ หรือผลงานจากดีไซเนอร์ท้องถิ่น ที่นี่สามารถตอบโจทย์ความต้องการช้อปปิ้งของคุณได้ครบครัน ต่อไปนี้คือไกด์ช้อปปิ้ง 4 วันที่อิงจากประสบการณ์จริง พร้อมสถานที่ยอดนิยมในหมู่คนท้องถิ่นและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้คุณสนุกกับโลกแห่งการช้อปปิ้งในลอสแอนเจลิสได้อย่างง่ายดาย
วันแรก: ตะลุยย่านช้อปปิ้งใจกลางเมือง
1. The Grove (เดอะ โกรฟ)
ตั้งอยู่ใกล้กับเบเวอร์ลีฮิลส์ เป็นแหล่งช้อปปิ้งกลางแจ้งที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของลอสแอนเจลิส ที่นี่มีร้านค้ากว่า 200 ร้าน รวมถึงแบรนด์ระดับโลกอย่าง Zara, H&M, Michael Kors และร้านบูติกอิสระอีกมากมาย นอกจากจะเหมาะสำหรับการช้อปปิ้งแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่คุณสามารถเดินเล่นไปพร้อมกับการลิ้มรสอาหาร พร้อมสัมผัสบรรยากาศสบายๆ แบบลอสแอนเจลิสได้อีกด้วย
2. Beverly Center (เบเวอร์ลี เซ็นเตอร์)
ในฐานะศูนย์การค้าที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของลอสแอนเจลิส ที่นี่รวบรวมแบรนด์หรูหราอย่าง Gucci, Prada, Tory Burch ไว้มากมาย ขณะเดียวกันก็มีแบรนด์แฟชั่นราคาประหยัดอย่าง Forever 21 ด้วยเช่นกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์ช้อปปิ้งระดับพรีเมียม
3. La Cienega Boulevard (ลา ซีเนกา บูเลอวาร์ด)
ถนนสายนี้ได้รับฉายาว่า “คอร์ริดอร์แห่งแฟชั่น” ของลอสแอนเจลิส เต็มไปด้วยร้านดีไซเนอร์ไฮเอนด์และบูติกคอนเซปต์สโตร์ เช่น Schiaparelli, Mackage, Burberry หากคุณชื่นชอบดีไซน์เฉพาะตัวหรือแบรนด์น้องใหม่ ที่นี่คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด
4. Santa Monica Place (แซนตามอนิกา เพลส)
ตั้งอยู่ใกล้ชายหาดแซนตามอนิกา เป็นศูนย์การค้าในร่มที่มีร้านค้าของแบรนด์ดังมากมาย เช่น Nordstrom, Saks Fifth Avenue, Apple Store ที่นี่ยังมีการจัดนิทรรศการศิลปะและตลาดนัดอยู่เสมอ เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลังจากการช้อปปิ้ง
วันที่สอง: สัมผัสเทรนด์ล้ำและแบรนด์ท้องถิ่น
5. Abbot Kinney Boulevard (แอ๊บบอต คินนีย์ บูเลอวาร์ด)
ถนนสายอาร์ตๆ นี้ตั้งอยู่ใกล้หาดเวนิซ เป็นหนึ่งในแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมของคนหนุ่มสาวในลอสแอนเจลิส มีแบรนด์ดีไซเนอร์ท้องถิ่น ร้านวินเทจ และร้านสินค้าแฮนด์เมดมากมาย เช่น COS, A.P.C., Reformation เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์
6. Melrose Avenue (เมลโรส อเวนิว)
ถนนสายนี้ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมอินเทรนด์ รายล้อมไปด้วยร้านเสื้อผ้าแนวสตรีท แกลเลอรีดีไซเนอร์ และสถานบันเทิงดนตรี หากคุณสนใจวัฒนธรรมสตรีท ที่นี่อาจมีสินค้าลิมิเต็ดอิดิชั่นหรือไอเทมพิเศษรอคุณอยู่
7. Farmers Market (ฟาร์เมอร์ส มาร์เก็ต)
ตั้งอยู่ใกล้กับเดอะ โกรฟ เปิดทุกวันเสาร์ เป็นสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับการซื้อผลิตผลสดใหม่ งานฝีมือ และอาหารท้องถิ่นรสเลิศ แม้จะไม่ใช่ศูนย์การค้าแบบดั้งเดิม แต่บรรยากาศของที่นี่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับการเดินเล่นอย่างเพลิดเพลิน
8. Westfield Santa Anita (เวสต์ฟิลด์ แซนตาอาเนตา)
ตั้งอยู่ใกล้เมืองซานโฮเซ เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของลอสแอนเจลิส มีร้านค้ามากกว่า 300 ร้าน รวมถึง Macy's, Nordstrom, Sephora ฯลฯ ที่นี่เหมาะสำหรับการช้อปปิ้งแบบครบวงจร โดยเฉพาะสำหรับครอบครัว
วันที่สาม: ช้อปของดีและของท้องถิ่น
9. Original Farmers Market (ออริจินัล ฟาร์เมอร์ส มาร์เก็ต)
ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของลอสแอนเจลิส นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่น ขนมหวาน เครื่องเทศ และงานฝีมือหลากหลาย ที่นี่ไม่เพียงเหมาะสำหรับการช้อปปิ้ง แต่ยังเป็นโอกาสในการลิ้มลองรสชาติแคลิฟอร์เนียแท้ๆ
10. The Last Bookstore (เดอะ ลาสต์ บุ๊กสโตร์)
ตั้งอยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ลอสแอนเจลิส ร้านหนังสือสุดแนวแห่งนี้ตกแต่งอย่างสร้างสรรค์ ภายในมีทั้งหนังสือ งานศิลปะ และสินค้าไอเดียเก๋ ครบจบในที่เดียว หากคุณชื่นชอบการสะสมของกระจุกกระจิกแปลกใหม่ ที่นี่คือคำตอบ
11. Art Walk (อาร์ต วอล์ก)
ตั้งอยู่ในย่าน Arts District เปิดทุกคืนวันศุกร์ เป็นพื้นที่ให้ศิลปินนำผลงานมาแสดง คุณสามารถซื้อภาพวาด ประติมากรรม งานฝีมือ และอื่นๆ ได้ในราคาสมเหตุสมผล พร้อมสัมผัสกลิ่นอายศิลปะอย่างแท้จริง
วันที่สี่: ช้อปปิ้งปลอดภาษีและเอาต์เล็ต
12. Malibu Lagoon Mall (มาลิบู ลากูน มอลล์)
ตั้งอยู่ในมาลิบู เป็นศูนย์การค้าสำคัญในโซนตอนใต้ของลอสแอนเจลิส มีร้านค้าแบรนด์ดังและร้านอาหารจำนวนมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความจอแจของตัวเมือง
13. Fashion Island (แฟชั่น ไอส์แลนด์)
ตั้งอยู่ในออเรนจ์เคาน์ตี เป็นศูนย์การค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งรอบลอสแอนเจลิส มีแบรนด์หรูหราและร้านอาหารหลายแห่ง เหมาะสำหรับการใช้เวลาช้อปปิ้งตลอดทั้งวัน
14. Woodland Hills Premium Outlets (วูดแลนด์ ฮิลส์ พรีเมียม เอาท์เล็ต)
นี่คือเอาต์เล็ตที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของลอสแอนเจลิส รวบรวมร้านค้าลดราคาของแบรนด์ดัง เช่น Coach, Michael Kors, Guess, Nike เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าแบรนด์เนมในราคาประหยัด
15. Palma de Mallorca Premium Outlets (ปาลมา เด มายอร์กา พรีเมียม เอาท์เล็ต)
ตั้งอยู่ในซานโฮเซ เป็นเอาต์เล็ตอีกแห่งที่คุ้มค่ามาก นำเสนอสินค้าแบรนด์ยุโรปและอเมริกาในราคาลดกระหน่ำ เหมาะสำหรับการช้อปปิ้งยาวๆ
แนะนำสินค้าเด่น
- ชุดโยคะ Lululemon: ราคาประมาณ $80–$150 หาซื้อได้ที่เดอะ โกรฟ, เวสต์ฟิลด์ แซนตาอาเนตา และศูนย์การค้าอื่นๆ
- เสื้อผ้า Reformation: ราคาประมาณ $100–$300 แนะนำให้ซื้อที่แอ๊บบอต คินนีย์ บูเลอวาร์ด หรือทางออนไลน์
- เมล็ดกาแฟทำมือท้องถิ่น: ราคาประมาณ $15–$30/ปอนด์ หาซื้อได้ที่ออริจินัล ฟาร์เมอร์ส มาร์เก็ต หรือร้านกาแฟท้องถิ่น
- ไวน์แคลิฟอร์เนีย: ราคาประมาณ $20–$50/ขวด ซื้อได้ที่ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแซนตามอนิกา เพลส
- เครื่องหนังวินเทจ: ราคาประมาณ $50–$200 แนะนำให้แวะชมร้านวินเทจบนเมลโรส อเวนิว หรือแอ๊บบอต คินนีย์ บูเลอวาร์ด
- เครื่องประดับสั่งทำ: ราคาประมาณ $100–$500 สามารถหาซื้อได้ที่อาร์ต วอล์ก หรือสตูดิโอออกแบบท้องถิ่น
- น้ำมันมะกอกแคลิฟอร์เนีย: ราคาประมาณ $10–$30/ขวด หาซื้อได้ที่ออริจินัล ฟาร์เมอร์ส มาร์เก็ต หรือซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น
- โปสการ์ดวาดมือ: ราคาประมาณ $2–$10 หาซื้อได้ที่เดอะ ลาสต์ บุ๊กสโตร์ หรือย่านศิลปะ
เคล็ดลับการช้อปปิ้งปลอดภาษีและขอคืนภาษี
- ร้านค้าปลอดภาษี: ในตัวเมืองลอสแอนเจลิสมีร้านค้าปลอดภาษีหลายแห่ง เช่น Target, Walmart, Costco เมื่อซื้อสินค้าครบตามจำนวนเงินที่กำหนด ก็สามารถรับส่วนลดภาษีได้
- นโยบายคืนภาษี: ชาวต่างชาติที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ สามารถขอคืนภาษีได้เมื่อทำการช้อปปิ้ง โดยต้องไปดำเนินการที่เคาน์เตอร์คืนภาษีในสนามบินก่อนออกเดินทาง โปรดเก็บใบเสร็จและพาสปอร์ตไว้ให้ครบถ้วน
- เทคนิคต่อรองราคา: ร้านค้าเล็กๆ หรือตลาดนัดบางแห่งยอมให้ต่อรองราคาได้ โดยเฉพาะสินค้ามือสองหรือสินค้าที่ไม่ใช่แบรนด์ดัง แนะนำให้สอบถามราคาแล้วลองต่อรองดู
- กลยุทธ์การต่อรอง: ในเอาต์เล็ตหรือร้านลดราคา คุณสามารถใช้ประโยคว่า “ฉันเพิ่งไปดูราคาที่ร้านอื่นมา” เพื่อขอส่วนลดเพิ่มเติม
- จับจังหวะโปรโมชั่น: ช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น Black Friday, คริสต์มาส, Thanksgiving เป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการช้อปปิ้ง ร้านค้าหลายแห่งมักจัดโปรลดกระหน่ำ
ทั้งหมดนี้คือไกด์ช้อปปิ้ง 4 วันในลอสแอนเจลิสที่ทั้งจริงใจ ใช้ได้จริง และปฏิบัติได้แน่นอน ไม่ว่าคุณจะใฝ่หาแบรนด์หรูหรา หรือหลงใหลในของท้องถิ่น ที่นี่ก็มีความสุขของการช้อปปิ้งรอคุณอยู่ อย่าลืมวางแผนการเดินทางล่วงหน้า พร้อมเตรียมเงินสดหรือบัตรเครดิตให้เพียงพอ เพื่อสนุกกับทริปช้อปปิ้งอย่างเต็มที่!